ใครที่ปวดเข่าอยู่ ลองมาดูบทความสุขภาพ  จากนายแพทย์บุรินทร์ สุทธภักดิ กันเลยครับ

“..เนื่องด้วยผมได้รับการเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อหาความเห็นร่วมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้ยาในการรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเมื่อต้นปี และผลการประชุมได้ทำออกเป็น”หนังสือคู่มือและรายงานความเห็นร่วมเรื่องการใช้ยารักษาข้อเข่าเสื่อมประเทศไทย พ.ศ.2562″

     โดยผมได้ร่วมพิจารณาในส่วนการใช้ยาฉีดรักษาข้อเข่าเสื่อมครับ มีคนถามมาเยอะว่า พอสรุปสั้น ๆ ได้ไหมว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง วันนี้เลยอยากมาให้ความรู้ว่า ปัจจุบันมียาหรือสารอะไรบ้างที่ใช้ฉีดเข้าข้อเข่า โดยในแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ลองไปศึกษาดูกันได้จากบทความนี้เลยครับ

• คลินิกโรคกระดูกและข้อนายแพทย์บุรินทร์ พิษณุโลก
• Tel : 063-841-2219
• สถานที่ตั้ง 103/33 ถ.ศรีธรรมไตรปิฎก  อ.เมือง  จ.พิษณุโลก
• เวลาเปิดทำการ
จันทร์-อาทิตย์:17.00-20.00 น.
อาทิตย์: 13.00 – 16.00 น.

—————————————-
โทรสายด่วนสุขภาพ
055-219307-16 , 055-259631-34
โรงพยาบาลรวมแพทย์ พิษณุโลก

ยาที่ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบัน  มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่

🔹 ยาฉีดสเตียรอยด์
🔹 น้ำข้อเทียม
🔹 สารสกัดจากเลือด PRP

ยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดเข้าข้อ (steroid injection)
เนื่องจากยาสเตียรอยด์ถือเป็นยาที่มีการใช้เป็นระยะเวลายาวนานแล้ว  ถือเป็นตัวยาที่เป็นดาบสองคมเพราะว่าเป็นยาต้านการอักเสบที่ออกฤทธิ์ได้ผลชะงักลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็วแต่มีผลข้างเคียงทำให้กระดูกอ่อนโดนทำลายมากขึ้น  และหากพิจารณาใช้ในรายที่มีปวดจากภาวะติดเชื้อ จะทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น  ถึงขั้นมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

โดยในที่ประชุมให้ความเห็นร่วมว่า :

1.) สามารถลดปวด และเพิ่มสมรรถนะการใช้งานในระยะสั้น ลดการบวมและการอักเสบ
2.) ควรใช้ผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบเฉียบพลัน น้ำในข้อเข่ามาก และมีข้อห้ามในการผ่าตัด
3.) การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อมีผลกระทบต่อกระดูกอ่อนผิวข้อเมื่อใช้ต่อเนื่องในระยะยาว
4.) ยาชาที่ผสมในสเตียรอยด์ฉีดเข้าข้อมีผลต่อกระดูกอ่อนผิวข้อ
5.) การฉีดเข้าข้อควรฉีดในเข่าเสื่อมระยะกลางและมาก โดยต้องฉีดห่างกันอย่างน้อย 3 เดือนและไม่เกิน 2 ปี

น้ำข้อเทียม (HA)
     ปกติน้ำข้อเข่าทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นพยุงผิวข้อ ลดการเสียดสีของผิวข้อทำให้ข้อขยับได้อย่างปกติ  หากมีความเข้มข้นลดลงทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันผิวข้อเสียไป  จึงมีการใช้สารสกัดที่มีความคล้ายน้ำผิวข้อใส่เข้าไปทดแทนน้ำผิวข้อเดิมที่เสียไป

โดยในที่ประชุมให้ความเห็นร่วมว่า:

1.) ควรใช้เมื่อรักษาด้วยยาแก้ปวดแล้วไม่ได้ผล  โดยเป็นเข่าเสื่อมระยะกลางหรือท้าย  มีข้อห้ามในการใช้สเตียรอยด์และผ่าตัด
2.) ไม่ควรใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อรอบ ๆ  หรือในข้อและแพ้น้ำข้อเทียมหรือส่วนประกอบ
3.) ระยะสั้นสุดที่ควรฉีดได้อีกคือ 6 เดือน
4.) ไม่สามารถสรุปเรื่องขนาดมวลโมเลกุล  หรือจำนวนครั้งการฉีด หรือการผสมสเตียรอยด์แล้วฉีดได้

สารสกัดจากเลือดหรือ Platelet-rich plasma (PRP)
คือ การสกัดสารจากเลือด โดยเลือกเฉพาะสารที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างเซลล์ (growth factors) และสารป้องกันการอักเสบ  มาฉีดกลับเข้าไปในข้อเข่าของผู้ป่วย

โดยในที่ประชุมให้ความเห็นร่วมว่า:

1.) สามารถลดอาการปวดใน 12 เดือนแรก  หลังการรักษาได้
2.) สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนเรื่องการอักเสบและติดเชื้อได้
3.) ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการเตรียมในวิธีต่าง ๆ  เพื่อให้ได้ Platelet-rich plasma
4.) ยังไม่สามารถสรุปว่าการใช้ Platelet-rich plasma  ช่วยชะลอการทำลายหรือฟื้นฟูใหม่ของกระดูกอ่อนผิวข้อในข้อเข่าเสื่อมได้