คุณแม่หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้  ที่ส่งประกันสังคมไปทุก ๆ เดือนนั้น

มีสิทธิสำหรับคนท้องด้วยนะ  เช็กสิทธิประกันสังคมของตนเองได้ที่นี่ 

1. ค่าตรวจครรภ์และฝากครรภ์
สิทธิอย่างแรกที่ว่าที่คุณแม่จะได้รับ คือ  ค่าตรวจครรภ์และค่าฝากครรภ์เป็นจำนวนเงิน 1,500.- 
ไม่ว่าจะเป็นค่าฝากครรภ์ครั้้งแรก  อัลตร้าซาวด์ วัคซีน หรือค่ายาต่าง ๆ  ก็สามารถเบิกได้โดยจะแบ่งเกณฑ์
การจ่ายเงินดังนี้

ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์  จ่ายให้ไม่เกิน 500.-
ครั้งที่ 2 อายุครรภ์มากกว่า 12 แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์  จ่ายให้ไม่เกิน 300.-
ครั้งที่ 3 อายุครรภ์มากกว่า 20 แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์  จ่ายให้ไม่เกิน 300.-
ครั้งที่ 4 อายุครรภ์มากกว่า 28 แต่ไม่เกิน 32  สัปดาห์ จ่ายให้ไม่เกิน 200.-
ครั้งที่ 5 อายุครรภ์มากกว่า 32 แต่ไม่เกิน 40  สัปดาห์ จ่ายให้ไม่เกิน 200.-
 ในส่วนนี้สามารถขอเบิกค่าฝากครรภ์จากประกันสังคมได้ โดยไม่ต้องให้คลอดบุตรก่อน หรือจะยื่นขอรับสิทธืหลังคลอดทีเดียวก็ได้ครับ

 2. ค่าคลอดบุตร
ต่อมาสามารถเบิกค่าคลอดบุตรในอัตราแบบเหมาจ่าย 15,000.- /ครั้ง  สามารถเลือกเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ที่เลือกลงทะเบียนไว้  ซึ่งหากเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในสังกัด  คุณแม่ก็สามารถสำรองจ่ายไปก่อน  และทำเรื่องเบิกที่ประกันสังคมได้เลยครับ  โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
📌ต้องจ่ายประกันสังคมมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 เดือน  หรือภายใน 15 เดือนก่อนคลอดบุตร
📌กรณีสามีภรรยาเป็นผู้ประกันทั้งคู่ ให้เลือกใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง
📌หากบุตรที่นำมาใช้สิทธิ์เบิกค่าคลอดแล้ว ไม่สามารถนำมาขอเบิกค่าคลอดได้อีก
ในกรณีที่คลอดบุตรแฝด  จะเบิกค่าคลอดได้อย่างไร ?

สามารถเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ตามปกติ  โดยเหมาจ่าย 13,000.-/ครั้ง เช่นกันครับ  เพราะราคานี้ทางประกันสังคมนับเป็นรายครั้งอยู่แล้ว  ส่วนใครที่ต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ต้องแจ้งกับทางประกันสังคมก่อนครับ

3. ค่าสิทธิลาคลอด
นอกจากคุณแม่จะได้ค่าฝากครรภ์ ค่าคลอดก็ยังได้ค่าลาคลอดอีกด้วย เพื่อเป็นการชดเชยที่ต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัวเองนั่น
องครับ  โดยทางประกันสังคมจ่ายให้ในอัตรา 50% ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 90 วัน  โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
📌จะต้องจ่ายค่าประกันสังคมแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน
📌สิทธิการลาคลอดใช้ได้เฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้น ฝ่ายชายไม่สามารถเบิกใช้ได้
📌จ่ายให้ไม่เกินฐานเงินเดือน 15,000 บาท หากเงินเดือนมากกว่ากำหนด ก็จะคิดแค่ 15,000 บาท
📌สำหรับการใช้สิทธิประกันสังคมนี้ จะใช้ได้เฉพาะบุตรคนที่ 1 และคนที่ 2 เท่านั้น
📌มีระยะเวลาจ่ายเงินให้ทั้งหมด 90 วัน หรือ 3 เดือน นับรวมวันหยุดราชการ
แต่ถ้าหากคุณแม่กลับมาทำงานได้ปกติก่อนระยะเวลา 90 วันก็ยังสามารถรับเงินชดเชยหยุดงานอยู่

 4. ค่าชดเชยกรณีแท้งบุตร
หากเกิดเหตุร้าย ไม่คาดฝันขึ้นกับคุณแม่  ในกรณีแท้งบุตร  จะยังสามารถรับสิทธิประกันสังคมได้ไหม??

คำตอบคือ “ได้ครับ” คนท้องที่มีสิทธิประกันสังคม  สามารถเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ตามปกติ  ไม่ว่าเด็กจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถือว่าเป็นกรณีคลอดบุตรครับ  โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
📌ต้องจ่ายเงินค่าประกันสังคมแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน
📌จะต้องมีอายุครรภ์ไม่น้อยกว่า 28 สัปดาห์ หรือ 7 เดือนขึ้นไป
และหากคุณแม่เสียชีวิตกะทันหันหลังคลอดบุตร  ก็ยังคงได้สิทธิการคลอดบุตรเช่นเดิมครับ  เพราะถือว่าคุณแม่มีสิทธิก่อนที่จะเสียชีวิตอยู่แล้ว
 

5. เงินสงเคราะห์บุตรหลังคลอด
และเมื่อคุณแม่คลอดบุตรมาแล้ว  ยังได้รับเงินสงเคราะห์เลี้ยงบุตรอีกด้วย  เป็นเงินเหมาจ่ายเดือนละ 600.-/บุตร  โดยจะได้รับตั้งแต่แรกเกิด ถึง 6 ปีครับ  โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
📌ต้องจ่ายเงินประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน  ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทน
📌เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
📌ยกเว้นบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น
📌อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนไม่เกิน 3 คน
📌ยกเว้นกรณีบุตรเสียชีวิต

ส่วนกรณีบุตรแฝด 2 คน  ก็จะได้รับเงินประกันสังคมตามจำนวนบุตรครับ  รวมเป็น 1,200.- ต่อเดือน  ซึ่งจะจ่ายให้สูงสุดได้ไม่เกิน 3 คน

 

การเบิกและการรับเงินประกันสังคมสำหรับคนท้อง
ก่อนอื่นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมกังนี้ก่อนครับ
📌เอกสารสำหรับเบิกค่าฝากครรภ์ มีดังนี้
1.แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน 
ดาวโหลดได้ที่นี่ >> แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม
2. ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์
3. ใบรับรองแพทย์หรือสมุดบันทึ
*ส่วนในกรณีให้คุณพ่อติดต่อแทนให้นำสำเนาทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส ดาวน์โหลดได้ที่นี่ >> หนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
📌เอกสารเตรียมเบิกค่าคลอดบุตร มีดังนี้
1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน 
ดาวโหลดได้ที่นี่ >> แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม
2. สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (ถ้าคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย)
3. สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีธนาคาร (ออมทรัพย์) เห็นชื่อและเลขบัญชีชัดเจน
(11 ธนาคารที่สามารถทำรายการได้คือ กรุงเทพ, กสิกร, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กรุงศรีฯ, ธนชาต, ธ.อิสลามฯ, CIMB, ออมสิน และ ธ.ก.ส.)
*ส่วนในกรณีให้คุณพ่อติดต่อแทนให้นำสำเนาทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรสดาวน์โหลดได้ที่นี่ >> หนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
📌การยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม/ไปรษณีย์
สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ตามสาขาที่สะดวกหรือใกล้บ้านในเวลาราชการได้เลยครับ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่กระทรวงสาธารณสุข)
หรือหากไม่สะดวกมาด้วยตนเอง สามารถใช้หนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้
หรือสามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์..“ฝ่ายสิทธิประโยชน์” สำนักงานประกันสังคมตามที่อยู่ใกล้บ้านได้เลยครับ
📌การรับเงิน
🔸รับเงินด้วยตนเอง  ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแสดง
🔸รับเงินแบบธนาณัติ  ต้องระบุชื่อสาขาที่จะไปติดต่อรับเงินให้ชัดเจน
🔸กรณีชำระเงินโอน ประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีของผู้ประกันตนภายใน 5-7 วันทำการ จากวันที่เอกสารได้รับอนุมัติครับ

คุณแม่ คุณพ่อ คนไหนที่เป็นผู้ประกันตนอยูก็อย่าลืมที่จะรักษาสิทธิประกันสังคมกันนะครับ