นิ่วในท่อไตคืออะไร?

“นิ่ว” เกิดจากสารตกค้างต่าง ๆ ที่ขับออกมาทางปัสสาวะไม่หมด รวมกันจนกลายเป็นก้อนผลึกแข็ง เมื่อเกิดการสะสมเป็นเวลานานทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและกลายเป็นก้อนนิ่ว ที่เข้าไปอุดตันที่บริเวณต่าง ๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ จึงทำให้เกิด “นิ่วในท่อไต”

 

 

 

  • อาการเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในท่อไต 
    อาการบ่งชี้ของนิ่วในท่อไต จะมีลักษณะอาการปวดตรงบริเวณเอวด้านหลังที่เป็นตำแหน่งของไต โดยอาจมีอาการอื่น ๆ ประกอบด้วย
    ✔ ปวดรุนแรงเป็นช่วง ๆ บริเวณข้างลำตัวและหลัง บางครั้งอาจปวดช่องท้องด้านล่างลงไปจนถึงขาหนีบ
    ✔ ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ
    ✔ ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีน้ำตาลหรือสีชมพู
    ✔ คลื่นไส้ อาเจียน
    ✔ มีไข้ หนาวสั่น

    * หากมีอาการข้างต้น ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกวิธี 

  • ความเสี่ยงในระยะยาว
    เมื่อเป็นโรคนิ่วในท่อไต หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะทำให้ไตเกิดการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้ไตมีรูปร่าง และทำงานผิดปกติมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะไตวายในที่สุด

 

 

 

  • แนวทางป้องกันโรคนิ่วในท่อไต
    1. ดื่มน้ำให้มากและให้ได้ปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย คือ อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันโดยแบ่งดื่มเป็นระยะๆ ตลอดทั้งวันเพื่อลดความอิ่มตัวของสารก่อนิ่วในปัสสาวะและลดการก่อผลึกนิ่วที่อาจเกิดขึ้นได้ในระบบทางเดินปัสสาวะ 
    2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารก่อนิ่วสูง ได้แก่
    ✔ ลดการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์
    ✔ ลดการรับประทานอาหารที่มีความหวานและเค็มลง
    ⚠ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น หนังสัตว์ปีก ตับ ไต ปลาซาร์ดีน กุ้ง
    ⚠ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ยอดผัก ผักโขม ช็อกโกแลต ชา ถั่ว แอปเปิ้ล หน่อไม้ฝรั่ง บล็อคโคลี่ เบียร์ น้ำอัดลม กาแฟ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง 
    3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง

    โปรแกรมผ่าตัดนิ่วในท่อไตแบบผ่านกล้อง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก 
    โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก