6 โรคที่คุณต้องระวังในฤดูร้อน ☀️ ติดต่อได้ง่ายผ่านทางเดินอาหารและน้ำ

เมื่อเข้าในฤดูร้อนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนขึ้น เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด 🦠
โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม 🥗🥛เนื่องจากสภาพอากศที่ร้อนส่งผลให้อาหารเน่าเสียได้ง่ายกว่าฤดูอื่นๆ และการดูแลสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม

🔸โรคอุจจาระร่วง

สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิในลำไส้ จากการรับประทานอาหาร และน้ำไม่สะอาด การไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนการเตรียมหรือปรุงอาหาร และภาชนะสกปรก มีเชื้อโรคปะปน

👉 อาการ
– อุจจาระเหลว ถ่ายเป็นเป็นมูกเลือด
– มีไข้สูง
– อ่อนเพลีย
– คลื่นไส้ อาเจียน
– หากเกิดภาวะขาดน้ำ จนอาจทำให้ช็อก หมดสติ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็ก

🛡 การป้องกัน
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร
– รับประทานอาหารที่สะอาดและสุกใหม่และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ค้างคืน
– น้ำดื่ม และ น้ำใช้ต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำสำหรับปรุงอาหารต้องสะอาด
– กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน

🔸โรคอาหารเป็นพิษ

ติดต่อโดยการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย มักพบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีอยู่ทั้งในเนื้อสัตว์ ไข่ รวมทั้งอาหารกระป๋อง อาหารทะเล นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรืออาหารที่ปรุงทิ้งไว้เป็นเวลานาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ได้ร้ายแรงมากนัก แต่ถ้าหากในเคสของผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายอาจจะเสียน้ำ เสียเกลือแร่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงและก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

👉 อาการ
– รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ อาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง
– มีอาการปวดท้องแบบบิดเกร็งเป็นพักๆ เนื่องจากการบีบตัวของลำไส้
– ถ่ายท้อง ถ่ายมีมูกหรือเลือดปน
– เบื่ออาหาร ไม่อยากอาหาร
– รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หมดเรี่ยวแรง ปากแห้ง กระหายน้ำบ่อย และปัสสาวะน้อย
– มองเห็นไม่ชัด แขนเป็นเหน็บ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

🛡 การป้องกัน
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร
– น้ำดื่ม และ น้ำใช้ต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำสำหรับปรุงอาหารต้องสะอาด
– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารค้างคืน โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ เพราะจะบูดเสียง่าย
– เลือกรับประทานอาหารที่สะอาดสุกใหม่ๆ หากจะเก็บอาหารที่เหลือจากการรับประทานหรืออาหารสำเร็จรูปที่ชื้อไว้ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและอุ่นให้เดือดทั่วถึงทุกครั้งก่อนรับประทาน

🔸โรคบิด

เป็นอาการติดเชื้อเฉียบพลันในลำไส้ ซึ่งเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียชิเกลลา (Shigella) หรือเกิดจากติดเชื้อจากสัตว์เซลล์เดียวอย่างตัวอะมีบา (E. histolytica) ซึ่งสามารถติดต่อได้ผ่านการรับประทานอาหาร ผักดิบ รวมถึงน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค โรคบิดเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ หากรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการชดเชยภาวะขาดน้ำควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม แต่ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วก็อาจจะทำให้อาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

👉 อาการที่พบ
– ท้องเสีย ถ่ายเหลว
– ถ่ายอุจจาระเป็นมูกหรือมูกเลือด
– ปวดเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ มีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด
– มีไข้สูง
– คลื่นไส้ อาเจียน
– ในเด็กอาจพบอาการชักร่วมด้วย

🛡 การป้องกันตัวเอง
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร
– น้ำดื่ม และ น้ำใช้ต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำสำหรับปรุงอาหารต้องสะอาด และไม่รับประทานน้ำแข็งที่เตรียมไม่สะอาด
– รับประทานอาหารปรุงสุกในขณะที่ยังร้อนอยู่ หากซื้ออาหารบรรจุสำเร็จควรอุ่นอาหารให้ร้อนจัดก่อนการรับประทานทุกครั้ง
– เลือกอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างปลอดภัย เช่น นมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ผักและผลไม้ควรล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง
– ทิ้งขยะในถังขยะที่มีฝาปิด และกำจัดขยะอย่างสม่ำเสมอ

🔸โรคไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย

เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า ซัลโมเนลล่า ไทฟี่ (Salmonella typhi) ติดต่อโดยการรับเชื้อการขับถ่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การไม่ล้างมือก่อนการหยิบจับอาหาร การกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อและการใช้แหล่งน้ำบริโภคที่มีเชื้อโรค หากไม่ได้รับการรักษาและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ก็อาจนำไปสู่ ภาวะไตวาย

👉 อาการที่พบ
– ไข้สูง
– ปวดศีรษะ
– เบื่ออาหาร
– ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย
– อาจมีผื่นขึ้นตามตัว
– ถ่ายเหลวหรือท้องผูก
บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้น เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร ลำไส้ทะลุ หรือไตวายได้

🛡 การป้องกัน
– ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ ล้างก่อนการรับประทานอาหารหรือการเตรียมอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ
– หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่อาจมีการปนเปื้อนหรือไม่ปลอดภัย
– หลีกเลี่ยงการรับประทานผักผลไม้ดิบ เพราะอาจถูกล้างด้วยน้ำที่มีการปนเปื้อน
– เลือกรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกแล้วเท่านั้น
– ใช้ช้อนกลางตักอาหารขณะรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อ

🔸 โรคไวรัสตับอักเสบเอ

เป็นโรคที่มีการอักเสบของตับจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (HAV) ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ผ่านการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ การสัมผัสกับสิ่งสกปรกและอุจจาระที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือผู้ที่ติดเชื้อ และจากการบริโภคน้ำหรืออาหารที่ผิดสุขอนามัย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงตับอักเสบรุนแรงมาก โดยทั่วไปอาการจะหายเป็นปกติภายใน 2 เดือน โดยผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ จะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและจะไม่เป็นโรคนี้ซ้ำเดิมอีก

👉 อาการที่พบ
– มีไข้อ่อนๆ (มักต่ำกว่า 39 องศาเซลเซียส)
– อ่อนเพลีย
– เบื่ออาหาร
– คลื่นไส้อาเจียน
– แน่นท้องใต้ชายโครงขวา
– ท้องร่วง
– ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม
– มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองที่เรียกว่าดีซ่าน

🛡 การป้องกัน
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร
– น้ำดื่ม และ น้ำใช้ต้องสะอาด
– รับประทานอาหารสะอาดและปรุงสุก
– ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
– ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
– วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

🔸โรคอหิวาตกโรค

เป็นโรคติดต่อที่รุนแรง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ โคเลอรี (Vibrio Cholerae) ภายในลำไส้ ซึ่งผู้ป่วยได้รับเชื้อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนแบคทีเรียชนิดนี้ หรือพิษของเชื้ออหิวาตกโรคปะปนอยู่ เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารกระป๋องที่เสียแล้ว

👉 อาการที่พบ
– ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำอย่างมาก
– อุจจาระขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว
– คลื่นไส้อาเจียน
– อ่อนเพลีย
– ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้เกิดภาวะช็อก หมดสติจากการเสียน้ำ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
– ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่ ความดันโลหิตต่ำ โพแทสเซียมในเลือดต่ำ เลือดเป็นกรด และน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งหากไม่รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

🛡 การป้องกันตัวเอง
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร
– รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก ภาชนะที่ใส่อาหารควรล้างสะอาด ทุกครั้งก่อนใช้ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง สุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานๆ อาหารที่มีแมลงวันตอ
– ไม่เทอุจจาระ ปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง หรือทิ้งเรื่ยราด ต้องถ่ายลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยการเผาหรือฝังดิน เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยที่เป็นอหิวาตกโรค
– การรับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคเป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรคเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันคือ ควรเน้นการปรับปรุงสุขาภิบาล มีสุขอนามัยที่ดี

ข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ติดต่อสอบถามบริการ
 ติดต่อประชาสัมพันธ์ : 055 219 307-16
 ติดต่อห้องทันตกรรม : 086-927-2179
Line ID : ruamphat.dental

โรงพยาบาลรวมแพทย์ พิษณุโลก

224/30 ถ.บรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก